วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของ #สิ่งมีชีวิต ที่ดี


โบราณว่าไว้ "ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี" แต่มาวันนี้คงต้องหมายรวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เพราะเพนกวินแม้จะเป็นสัตว์เดรัชฉาน มันก็ยังรู้คุณ ว่ายน้ำมากว่า 8000 กิโลเมตรเพื่อมาหาผู้มีคุณแก่มัน มันอยู่กับชายคนนี้ปีละ 8 เดือน แล้วจากไปที่อื่น 3 เดือน

ผมว่าคน #บางคน น่าจะเอาเยี่ยงอย่างบ้าง แม้จะไม่ได้ตอบแทนอะไร ก็ไม่ควรเนรคุณ #คิดหรือทำร้ายผู้มีพระคุณ แม้แต่การบวชเป็นพระ หากคุณไม่มีพระอุปปัชฌาย์ ไม่มีพระคู่สวด ไม่มีพระนั่งอันดับ คุณก็ไม่อาจมาเป็นพระได้ แม้คนที่คุณจงเกลียดจงชังจะไม่ใช่ผู้บวชให้ แต่เขาก็ยังดำรงพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณควรเห็นคุณของพระสสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงธรรมโปรดชาวโลก ควรเห็นคุณของพระธรรมวินัยที่พระองค์ทรงบัญญัติเพื่อความร่มเย็นในหมู่สงฆ์

ทุกวันนี้เบื้องหลังยังไม่กระจ่าง เราเห็นแต่เบื้องหน้าที่มีการโจมตีพระดีๆ ให้เสื่อมเสีย กล่าวหาแบบผิดโดยมิชอบทางกฏหมายและพระวินัย แต่คนจำพวก #ถิ่นกาขาว ก็สนับสนุนไปเรื่อย ทำให้ประเทศชาติและพระศาสนาต้องมัวหมอง แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง และผมคิดว่าคงไม่นานนักที่จะได้เห็นความจริงเหล่านั้นตีแผ่ออกมา เพื่อลบความคิดเห็นที่บิดเบือนออกไปจากสังคมไทย

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

เทคโนโลยีกับจิตใจต้องไปคู่กัน


ในสังคมยุคข้อมูลจ่าวสารเช่นนี้ เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และนวัฒกรรมการสื่อสารอย่าง Social Network ในส่วนของมืถือสมาร์ทโฟนก็พัฒนาจอสัมผัสจนเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานไปเสียแล้ว แต่บางทีจอมันก็เล็กเกินไปนิดจนผู้ผลิตต้องขยายหน้าจอเพื่อความต้องการของผู้บริโภค แต่สิ่งที่แปลกอย่างหนึ่งก็คือ

"หน้าจอใหญ่ขึ้น แต่ใจคนกลับแคบลง"

ในกระแสข่าวช่วงนี้เห็น ดร.มโน ออกมาเคลื่อนไหว เห็นออกมาทีไรก็รังแต่จะรังควานวัดพระธรรมกายอยู่รำ่ไป ผมว่าคนที่เป็นเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ควรมีอะไรดีๆ ให้เด็กได้เคารพบ้าง หรือแม้แต่เป็นปุถุชนทั่วไป คุณก็ควรเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นตัวอย่างให้กับเด็ก มีจิตใจพอที่จะให้อภัย มองให้กว้างว่าผลที่กระทบกับตนเองอาจมีจุเริ่มต้นจากตนเองก็ได้ นึกถึงกฏของฟิสิกส์ก็ได้ครับ Action = Reaction

ผมไม่รู้หรอกว่าเขาอะไรขึ้นระหว่าง ดร.มโน กับพระพระธรรมกาย ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ที่ผมรู้ก็คือทางวัดส่ง ดร.มโน ไปเรียนต่างประเทศ แต่นึกยังไงก็ไม่รู้ ไปช่วยคดีฆาตกรรมของเด็กคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรรมหมู่ แล้วก็เรี่ยรายเงินไปจ่ายค่าทนาย ผมว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้ผิดอะไรที่จะไม่ช่วยในเรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่กิจของสงฆ์ แล้วก็ไม่น่าจะใช่กิจของ ดร.มโน ซึ่งเป็นพระในขณะนั้นด้วย แล้วคดีก็แพ้เพราะไม่มีเงินสู้คดี นี่หรือเปล่าที่เป็นชนวนแห่ง #ความแค้น ไฟที่ลุกโชนนี้ทำให้วัดพระธรรมกายไม่ต้อนรับ ไปอยู่วัดไหนก็อยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายก็สึกมาลงเล่นการเมือง แต่ก็สอบตกอย่างไม่น่าเสียดาย ผมว่าคนเราเมื่อมีความสามารถ ควรจะใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้กับโลกจะดีกว่า เพราะถ้าคุณต้องการยอมรับจากใคร คุณก็ต้องทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนั้น คำถามก็คือ #การโจมตีวัดพระธรรมกาย ทำเพื่อเหตุผลส่วนตัว หรือทำเพื่อให้คนกลุ่มใดยอมรับ?

ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตก็จองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ก็ทรงเมตตา ไม่เอาความ แต่ถึงกระนั้นพุทธศาสนิกชนก็จงเกลียดจงชังพระเทวทัตที่กระทำเช่นนั้น จุดเริ่มต้นการจองเวรของคู่นี้เกิดในสมัยที่ทั้งสองเป็นพ่อค้า มีบ้านหนึ่งเป็นเศรษฐีตกอับ ไม่มีอันจะกิน วันหนึ่งพระเทวัตซึ่งเป็นพ่อค้าในชาตินั้นผ่านไปก็ถามหาว่ามีอะไรมาขายบ้าง เด็กหนุ่มก็เอาถาดดำๆ ประจำตระกูลมาให้ตีราคา พ่อค้านั้นเอาเข็มขีดดูก็รู้ว่าถาดนี้เป็นถาดทองคำมีค่ามาก แต่ก็ไม่บอกึวามจริง เขากลับเสนอให้เลือกสินค้าในเกวียนเพียงไม่กี่ชิ้นเพื่อแลกกับถาดในนั้น เด็กหนุ่มยังไม่ตัดสินใจ พ่อค้าจึงจะมาอีกในวันรุ่งขึ้น

พอวันรุ่งขึ้นมีพ่อค้าอีกคนหนึ่งมา พ่อค้าคนนี้เป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาถึงก็ทำเช่นเดียวกันกับพ่อค้าเทวทัต เมื่อเห็นถาดทองคำ พ่อค้าพระโพธิสัตว์ก็ตกใจ บอกว่าถาดนี้เป็นถาดทองคำที่มีค่ามาก แม้จะแลกกับสิ้นค้าทั้งเกวียนก็ยังไม่อาจเทียบได้ แต่เด็กหนุ่มก็พอใจที่จะรับสินค้าทั้งเกวียนมากกว่าจะรับสินค้าไม่กี่ชิ้นจากพ่อค้าคดโกง พ่อค้าซื่อสัตย์ได้ถาดทองคำไปไม่นาน พ่อค้าคดโกงก็ตามมาทวง แต่เมื่อทราบว่าถาดทองคำได้ไปกับพ่อค้าอีกคนหนึ่งก็ไล่ตามไป เมื่อเห็นพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ออกเรือไปต่อหน้าต่อตาก็เกิดความโกรธแค้นที่มาตัดหน้าเอาถาดทองคำไป จึงกำทรายที่ชายหาดแล้วอธิษฐานจะจองล้างจองผลาญไปทุกชาติ

พ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ซึ่งเสนอประโยชน์อันสูงสุดให้ตระกูลเศรษฐีตกยากผิดไหมครับ? ทำไมพ่อค้าผู้คดโกงจะต้องโกรธด้วย? ถ้าจะใช้เหตุผลว่าตนมาก่อนตามแบบฉบับ #ถิ่นกาขาว มันก็ไม่ Fair นะครับ

"เรามาขยายใจให้ใหญ่ตามจอสัมผัสกันเถอะครับ อย่าให้อะไรมาทำให้ความเป็นมนุษย์ของเราลดลง รู้จักจบเหมือนฟุตบอล จบแบบ Fair Play"

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ประเทศไทยในยุคถิ่นกาขาว


ช่วงนี้มีข่าวกำลังดังเรื่องลานกามสูตรที่มีรูปแกะสลักเปลือยกายผสมพันธุ์ด้วยท่าวิตถารในที่โล่งแจ้ง บางส่วนก็บอกว่าไม่เหมาะสม ควรจำกัดสถานที่และอายุเพื่อการเข้าชม แต่บางคนก็บอกว่า #ให้มองเป็นศิลปะ ให้ผู้ปกครองอธิบายให้เข้าใจจะดีกว่า อ้าว...ภาระตกอยู่ที่ผู้ปกครองไปสะงั้น

โบราณกาลได้มีคำทำนายให้แก่ประเทศไทยในยุคต่างๆ ไว้ ซึ่งยุคนี้ได้ชื่อว่า #ถิ่นกาขาว

โดยปกติของกาคือสีดำ มันไม่มีสีขาวหรอกครับ แต่ที่ใช้คำว่าถิ่นกาขาว เพราะคนมองเห็นสีดำเป็นสีขาว หรือเห็นผิดเป็นถูกนั่นเอง สิ่งผิดๆ เกิดขึ้นร่ำไป แต่ก็มีเหตุผลที่ #ทำให้มันถูก!

บางคนก็เอาขี้ เอาผ้าอนามัย เอาอะไรที่มันทุเรศๆ รวมไปในเข่งแล้วเอาไปถวายสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วก็บอกว่า #มันเป็นปรัชญา #ทำไปเพื่อเตือนสติ #มีรายละเอียดกำกับว่าแต่ละอย่างหมายถึงอะไร 

แหม่...ลองมีใครเอารูปท่านตัดหัวไปใส่ตัวเงินตัวทอง แล้วอธิบายใต้ภาพว่า "ท่านคือผู้ที่ทำให้ประเทศไทยมั่งคั่ง" ดูไหมครับ มีคำอธิบายพร้อม #ย้ำว่าเตือนสติประชาชน

ผมว่าเจ้าตัวก็คงไม่พอใจ ใช่ไหมครับ สิ่งที่มองเห็นมันบ่งบอกได้ครับ แบบนี้ถ้าม็อบต่อต้านสมเด็จวัดปากน้ำไปที่ไหน เราควรชูนิ้วกลางให้นะครับ อธิบายว่า #มันเป็นทางสายกลาง สนุกดีเหมือนกันนะครับ อยากทำอะไรก็ได้ แค่มีคำอธิบาย นี่แหละประเทศไทย แต่ผมว่าประเทศไทยจะดีขึ้นได้ ถ้าพวกเราไม่สนับสนุนคนพวกนี้ หากเราร่วมใจกัน ประเทศไทยก็จะน่าอยู่ขึ้นครับ


วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

ธรรมกายจะครองโลก?



เวลานี้ในสังคมไทยกำลังวุ่นวายไปหมดกับเรื่องราวทางศาสนา ซึ่งต้นเหตุของปัญหาไม่ได้มาจากพระ แต่เกิดขึ้นจากโยม ที่พยายามจะทำอะไรสักอย่างโดยมีเป้าหมายอันซ่อนเร้นอยู่ในการเคลื่อนไหว แน่นอนว่าพระพากันเดือดร้อนกันไปตามๆ กัน แต่โยมทั้งหลายที่อ้างว่าเป็นชาวพุทธ อ้างว่าทำเพื่อพระพุทธศาสนา ไม่เคยเกรงกลัวบาปกรรมที่จะเกิดขึ้น ราวกับว่าไม่เคยเรื่องเรื่องบาปบุญมาก่อน แปลกดีนะครับ

โดยปกติการบริหารงานในศาสนจักรทั้งหลาย เขาย่อมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาสนจักร รัฐมิได้ยุ่งเกี่ยว แต่บัดนี้เหมือนมีการแทรกแซงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการควบคุมคณะสงฆ์ โดยชงประเด็นของวัดพระธรรมกายขึ้นมา ฟ้อง มส. ฟ้องสมเด็จช่วงที่ได้มติจากสงฆ์ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลองพิจารณาความจริงกันนะครับ ประการแรก พระสังฆราชองก่อนสวรรคตนานแล้ว แต่ก็ยังคงยื้อเอาไว้ไม่ให้มีการพระราชทานเพลิงศพ เพื่อยื้อการแต่งตั้งสังฆราช รถโบราณมันก็มีมานานแล้ว ทำไมไม่พระราชทานเพลิงศพไปเลย แล้วพอจะตั้งสังฆราชแล้วก็ค่อยโจมตีเรื่องรถในพิพิธพันธ์วัดปากน้ำ ถ้าคิดว่าท่านผิดจริงก็ไม่เห็นต้องรอเวลา #จริงไหมครับ

คำถามก็คือ #เขารออะไรกัน? คำตอบก็คือ #รอให้วัดพระธรรกายเดินธุดงค์ ซึ่งทางวัดเรียกว่าธรรมยาตรา ถ้าเราย้อนกลับไปดูสื่อปีก่อนๆ ช่วงที่วัดพระธรรมกายเดินธุดงค์นี่นับเป็นซีซั่นการโจมตีวัดพระธรรมกายกันเลยทีเดียว เปิดประเด็นเรื่องกิจกรรมจริง แต่หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องอื่นซึ่งดูแล้วเหมือนมีวัตถุประสงค์ที่จะล้มวัดให้ได้ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่รูปแบบยังคงเหมือนเดิมครับคือ #ตีเหล็กเมื่อยังร้อน

จังหวะมันตรงกันเกินไปไหมครับ #รัฐบาลกำลังหมดวาระ #กำลังร่างรัฐธรรมนูญ

ลองคิดเล่นๆ นะครับว่าถ้ามีการโจมตีเรื่องสังฆราชเมื่อปีสองปีก่อนจะเกิดอะไร ประการแรกถือว่ารัฐบาลทำงานไม่ดีครับ (ช่วงนี้มีโพลว่ารัฐาบาลทำงานดีออกมาเยอะเลย ฮ่าๆ) เมื่อทำงานไม่ดีก็ไม่ควรอยู่ในวาระต่อไป แล้วประชาชนก็จะต่อต้านอย่างหนักที่ไปว่าร้ายสมเด็จวัดปากน้ำ จบกันภาพลักษณ์รัฐบาล ช่วงหลังๆ เหมือนมีอะไรที่ลงตัวมากเลยนะครับ ก่อนที่จะมีความวุ่นวายเรื่องนี้ นายกก็มาประกาศว่าจะไม่ให้สัมภาษย์ยาวๆ เพื่อรักษาภาพพจน์ของนายก ราวกับว่าจะมีอะไรสักอย่าง เอาเป็นว่า พอมีเรื่องในช่วงนี้ทำให้เหมือนรัฐบาลมีเหตุผลที่จะให้ #ดำรงตำแหน่งรัฐบาลต่อ เพื่อสะสางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ซึ่งอีกทางหนึ่ง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ก็ทำให้คนสนใจไปด่าพระมากกว่าที่จะมาตรวจสอบรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลนี้กำลังร่างออกมาก ฉะนั้น ความวุ่นวายจึงต้องเกิดขึ้นในช่วงนี้ครับ บางคนถึงขนาดยื่นฟ้องตัวเอง เพื่อให้ มส. ยังคงความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ตลกดีนะครับ (อันนี้คิดเล่นๆ นะครับ)

แต่แผนการเหล่านั้นจะไม่สำเร็จถ้าไม่มีความวุ่นวาย ความวุ่นวายจะไม่เกิดถ้าไม่มีแนวร่วม ซึ่งแนวร่วมที่สำคัญก็คือกลุ่มที่ด่าวัดพระธรรมกาย วิธีการก็ไม่ยาก เริ่มตีเหล็กให้ร้อนจากโครงการเดินธุดงค์ จากนั้นก็เชื่อมโยงไปทาง มส. ซึ่งแน่นอนครับว่า #ผู้รู้ วินิจฉัยแล้ว เมื่อความจริงไม่ผิด มันก็ไม่ผิด ก็ประกาศไปว่าไม่ผิด จากนั้นพวกต่อต้านก็เล่นงาน มส. เล่นงานว่าที่สังฆราช แล้วก็ลามปามไปถึงจะปฏิรูปสงฆ์ จริงๆ พระผู้ใหญ่บางรูปก็ออกมาพูดว่า #วัดพระธรรมกายเป็นตัวแสบ แต่ท่านก็ไม่ได้จ้วงจาบคำตัดสินของ มส. ด้วยเหตุผลที่ท่านไม่ชอบวัดพระธรรมกาย เมื่อคนไม่ผิด ท่านก็ยอมรับว่าไม่ผิด

"คุณกำลังเป็นเครื่องมือให้ใครอยู่หรือเปล่า?"


ในยุคมืด สงครามครูเสดกินเวลายาวนานหลายร้อยปี โดยมีเป้าหมายคือ #ดินแดนของพระเจ้า การไปรบเพื่อพระเจ้าจะทำให้ได้ขึ้นสวรรค์ มีชาวนาหลายคนถึงกับขายนาขายบ้านเอาไปซื้อเสื้อเกราะ อาวุธและเสบียง ติดตามกองทัพยุโรปไปเยลูซาเล็ม #ไปตายเพื่อพระเจ้า พวกเขาเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะได้ไปสู่สรวงสวรรค์ โดยแท้จริงแล้วมีสมบัติและความมั่งคั่งอยู่เบื้องหลัง แต่คนเหล่านั้นก็ไปเข่นฆ่าผู้อื่นและจบชีวิตลงโดยมิอาจได้ล่วงรู้วัตถุประสงค์อันซ่อนเร้นนี้เลย

Concept ในการควบคุมคนในสงครามครูเสดก็ไม่ยากครับ แค่ยกเป้าหมายที่ชั่วร้ายอย่างหนึ่งขึ้นมา หรือให้พูดตรงๆ ก็คือยัดข้อหาอะไรบางอย่างให้เป้าหมาย จากนั้นก็ปลุกระดมว่าเมื่อกำจัดเป้าหมายที่ไม่ดีนั้นแล้วจะได้อะไรที่ประเสริฐเลิศเลอกลับมาบ้าง เมื่อคนหลงเชื่อ ก็กระโดดเข้าไปตายด้วยความเต็มใจ ในประเด็นของวัดพระธรรมกายและพระพุทธศาสนาในไทยก็เช่นเดียวกัน เหมือนมีใครต้องการควบคุมสังคมเพื่อทำอะไรบ้างอย่างแล้วสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ชะตาไข่เลยตกใส่วัดพระธรรมกาย

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาโลกแตก! อาหารหรูวัดพระธรรมกาย


ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่ารูปนี้ก้อปมาจากเน็ต แหม่ดูอลังการ แต่วัดพระธรรมกายไม่เคยมีแบบนี้หรอกครับ ส่วนบทความนี้ว่ากันตามหัวข้อ เป็นควันหลงจากบาทความเดิมจากระทู้ดัง #อยากรู้ไหม เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ฉันอะไร

ประเด็นมีอยู่ว่ามีบางส่วนมองว่าวัดพระธรรมกายฉันหรูไป ฟุ่มเฟือย อะไรทำนองนี้ ประการแรกคือวัดพระธรรมกายบิณฑบาตทุกรูปไม่ได้ ข้อนี้ทุกคนเข้าใจดี จึงต้องมีโรงครัว แต่ก็มีคนไม่เข้าใจว่าทำไมอาหารมันต้องดีนัก? เอาเงินชาวบ้านมาเสพสุขรึไง? สนองกิเลสรึไง?

ผมขอย้อนถามครับว่า #เงินที่เอามาใช้จ่ายเป็นค่าอาหารนั้นเป็นเงินของใคร? แน่นอนครับเป็นเงินของผู้มีจิตศรัทธา แต่ถามว่าจากนั้นวัดจะจัดเมนูอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ? คำตอบก็คือ...ไม่เชิง ลองนึกถึงสโมสรฟุตบอลนะครับ ผมถามว่าบอร์ดผู้ถือหุ้นกับผู้จัดการทีม ใครใหญ่กว่ากัน แน่นอนว่าบอร์ดครับ ถึงแม้ผู้จัดการทีมสามารถบริหารทีมได้ทุกอย่าง แต่ถ้าทำผิดนโยบายของบอร์ด ผู้จัดการก็โดนไล่ออกได้ครับ เพราะผู้ถือหุ้นคือเลือดเนื้อของสโมสร ถ้าไม่มีเงินทุน การทำงานก็ลำบาก ตัวอย่างอาจจะไปไกลสักหน่อย แต่ก็อยากพอให้เห็นภาพกว้างๆ ครับ

ในวัดก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่ทำบุญภัตตาหารมาก็มีบางส่วนทำแบบประปราย บางคนก็ทำเป็นก้อนใหญ่ๆ ประมาณว่าทำทีเดียวจบ ปีนี้ไม่ทำแล้ว หรือทำทีเดียวจบสิบปีนี้ไม่ทำแล้ว แบบนี้เป็นต้น แล้วเวลาเมนูออกมามันเป็นแบบสมถะตามที่คนที่ไม่ได้ร่วมบุญทั้งหลายต้องการกันนักหนาออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ? คนที่ทำบุญก็โวยวายสิครับ #พวกเขาบริจาคเงินทำบุญมาเพื่อให้พระได้ฉันดีๆ เมนูแบบนี้ไม่เอา คำถามคือ #วัดควรจัดเมนูตามผู้บริจาคหรือจัดเมนูตามผู้วิภาคย์วิจารย์?

คำตอบก็คือต้องจัดเมนูตามผู้บริจาคใช่ไหมครับ สิ่งที่ต้องทำความเข้าใมีอยู่ว่าการทำทานมี 3 ประเภท คือ (1) ทาสทาน คือ ทานเยี่ยงทาส คือการให้สิ่งที่ต่ำกว่าสิ่งที่ตนเองใช้ (2) สหายทาน คือ ทานเยี่ยงเพื่อน คือการให้สิ่งที่เสมอกับสิ่งที่ตนใช้ (3) สามีทาน คือ ทานเยี่ยงเจ้านาย คือการให้สิ่งที่สูงกว่าสิ่งที่ตนใช้ สมมติว่าคนที่บริจาคกินมาม่า อาหารที่ถวายพระนั้นเป็นข้าวกับกับข้าวสามอย่าง ภัตตาหารนั้นจัดว่าเป็นอาหารปราณีตสำหรับคนกินมาม่า แต่สำหรับคนมีเงินที่กินดีอยู่ดี ภัตตาหารที่เลี้ยงพระในวัดพระธรรมกายถือเป็นทาสทาน เป็นทานไม่ปราณีต เวลาคนมีความเข้าใจเรื่องบุญ ทุกคนก็อยากทำทานปราณีตครับ อาหารที่วัดก็ไม่ได้ดีเลิศเลอไปทุกวัน บางวันผมเห็นเป็นส้มตำ ผัก น้ำพริก แล้วก็ต้มจืดถ้วยหนึ่ง (มีแค่นั้นจริงๆ) บางอย่างก็เจ้าภาพนำมาถวายเองทั้งหอฉัน อันนี้ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ถวาย

ผมเคยได้ยินรองเจ้าอาวาสเคยเล่าว่า สมัยก่อนนั้นมีพระน้อย อยากทำเป็นวัดป่าแล้วก็ฝึกตนให้ยิ่งยวด ไม่ติดในรสอาหาร จึงมีการฉัน #อาหารสำรวม อาหารสำรวมคืออาหารที่เทลงไปหมดเลยครับ ข้าว แกง ขนม ผลไม้ อะไรกินได้เทรวมคนรวมกันหมด แล้วก็ฉันเพื่อยังชีพเพื่อให้เหมาะกับวิถีนักบวช ถามว่าทำแบบนี้จึงเป็นที่ยอมรับว่าสมถะใช่มั้ยครับ? ประชาชนจะมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้น? คำตอบคือเปล่าครับ ผลออกมาตรงกันข้าม ญาติโยมที่ทำอาหารมาถวายพระโวยวายขึ้นมา เพราะเขาทำอาหารอย่างสุดฝีมือเพราะอยากให้พระได้ฉันของดีๆ แต่พระดันเอาอาหารมาคนรวมกันเหมือนอาหารหมู #โยมรับไม่ได้! เพราะทำให้ความทุ่มเทของโยมเสียแรงเปล่า ทำให้เสื่อมศรัทธา

นี่หล่ะครับปัญหาโลกแตก สมถะก็มีคนด่า ฉันธรรมดาก็ไม่พอใจ ฉันปราณีตก็หาว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย ฮ่าๆ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

กระทู้ดัง Pantip "อยากรู้ไหมว่า เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ฉันอาหารอะไร"


ตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องกระทู้บ้างดีกว่า มีกระทู้สำหรับคนที่พึ่งค้นพบความจริงบางอย่าง แล้วจึงมาโพสแชร์ให้สังคมได้รับรู้ในหัวข้อที่ว่า "อยากรู้ไหมว่า เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ฉันอาหารอะไร" คือเขาคนนี้ไปได้ข้อมูลมาโดยบังเอิญแล้วนำความจริงมาอ้างแล้วแสดงทัศนคติของตน แต่ตอนท้ายก็ยังป้องกันการโดนด่าด้วยธรรมะบทหนึ่งซึ่งถือว่าได้ผล

ประเด็นมีนิดเดียวครับ คือ #เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายฉันข้าวต้มกับผักเป็นปกติ จากนั้นคอมเม้นก็เริ่มตามมา ซึ่งผมเองก็มีทัศนะจะเสริมในคอมเม้นเหล่านั้นบ้าง

ความเห็นที่ 1 : "ก็แอบอึ้งนะคะ เหมือน จขกท ว่า เอ้ะ เค้าไม่ทานหูฉลามหรือ (อย่างที่ จขกท ว่า) แต่เราก็สะดุ้ง ว่าเอะ .. มันก็เรื่องปกตินี่หว่า ถ้าเป็นพระจริงก็ต้องฉันอะไรก็ได้สิ มีน้อยฉันน้อย ห้ามเลือกจำนงจะฉันอะไร"
ทัศนะของผม : เลือกได้ครับ ถ้าอะไรเป็นของแสลงที่ทำให้โรคกำเริบ พระพุทธเจ้าทรงอนุญาติให้ไม่รับได้ครับ

ความเห็นที่ 5 : "ที่ว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าบวชก่อนคือผูคือ ที่ไม่เข้าใจ เรื่อง วัดนี้มีอยู่เรื่องเดียว "เงิน จะ เยอะ ไปไหน "้ที่สมควรได้ของดีก่อน ถ้าผมตีความหมายถึง อาจจะได้รับรู้พระธรรมที่ถือเป็นของดีมากกว่าหรือเยอะกว่าผู้ที่ยังไม่ได้บวช ได้เห็นธรรมก่อน มากกว่ามั้งครับ คงไม่ใช่เรื่องอาหารการกิน"
ทัศนะของผม : อันนี้เป็นเรื่องของบุญส่วนบุคคลครับ ใครทำทานปราณีตไว้ก็จะได้รับผลตามนั้น อย่างเช่นในสมัยพุทธกาล มีพระอรหันต์รูปหนึ่งชื่อว่าโลสกติสสะเถระ ท่านอดอยากตลอดชีพ แม้จะเป็นพระอรหันต์แล้วแต่ก็ไม่เคยได้ฉ้นอิ่มท้องเลยแม้แต่มื้อเดียว ได้อิ่มครั้งแรกก่อนจะปรินิพพานด้วยบุญและความเมตตาของพระสารีบุตร ฉะนั้น เรื่องดีหรือไม่ดี เป็นเรื่องของบุญส่วนบุคคลครับ

ความเห็นที่ 24 : "คือ ที่ไม่เข้าใจ เรื่อง วัดนี้มีอยู่เรื่องเดียว #เงิน จะ เยอะ ไปไหน"
ทัศนะของผม : อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าเงินเยอะหรือน้อยครับ? รายรับ หรือ รายจ่าย? พูดถึงคนในวัดนะครับ วัดนี้มีพระเณรประมาณ 3000 มีอุบาสิกอุบาสิกาประมาณ 1000 รวมแล้วประมาณ 4000 ถ้าเราตีไปว่าค่าอาหารวันละ 100 บาท (ซึ่งผมคิดว่าคุณอาจจะกินมากกว่านี้) วันหนึ่งก็ต้องใช้เงิน 400,000 บาท อ่านออกไหมครับ สี่...แสน...บาท เดือนหนึ่งเท่าไหร่ครับ 12,000,000 บาท อ่านว่า สิบสอง...ล้าน...บาท ผมไม่เข้าใจอยู่เหมือนกันว่า #รายจ่าย จะ เยอะ ไปไหน ป.ล. จำนวนพระเณรมีขึ้นมีลง ในช่วงเขาพรรษาจะเยอะสุด แต่ผมก็รวมไว้ละ ประมาณๆ ใครอยากเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้บ้างครับ? รองเจ้าอาวาสยังปริปากว่าไม่รับ!

ความเห็นที่ 33 : "แล้วที่ไม่เข้าใจ คือ วัดนี้ นับถือ ใคร มากกว่ากัน ระหว่าง พุทธองค์ สัมมาสัมพุทธเจ้า สมณโคดม กับ (ผมไม่รู้ว่าชืออะไร เห็นแต่คนในนี้เรียก ธัมมี่ ใช่ ธรรมไชโย หรือเปล่าครับ)"
ทัศนะของผม : ถ้าเข้าไปดูคลิปพิธีกรรมของวัดก็จะทราบครับ ทุกกิจจกรรมมีพระพุทธรูปอยู่ ก่อนเริ่มและหลังจากทำกิจจกรรมก็มีการบูชาพระรัตนตรัย ถ้านับถือเจ้าอาวาสมากกว่า สิ่งเหล่านี้ผมว่าไม่จำเป็นต้องมี

ความเห็นในกระทู้มี 63 ข้อความครับ แต่หลังๆ เริ่มออกนอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับกระทู้ตั้ง ผมเองก็ไม่ได้ตอบทุกข้อเพราะบางข้อเหมือนจะไม่ต้องการคำตอบ (ฮ่าๆๆ) อันนี้ผมไตร่ตรองดูแล้วก้แสดงทัศนะ ซึ่งไม่ได้หมายถึงผมรู้ทุกเรื่อง แต่บางเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจ ไม่เคยไปพิสูจน์ ผมก็จะนิ่ง ไม่ได้ใช้ความคิดตัวเองไปตัดสินแล้วด่าใคร ไม่ว่าใครจะเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูก ผมว่าทุกคนน่าจะผ่านการศึกษาภาคบังคับมาแล้ว ได้เรียนรู้จริยธรรมและมารยาทมาบ้าง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรมีอยู่ในตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา ถ้าเป็นเช่นนี้ประเทศไทยก็จะน่าอยู่ขึ้นครับ #ไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด แต่ควรจะเม้นอย่างมีสติและมารยาทครับ เอ๊ะ..มาลงเรื่องนี้ได้ยังไง สงสัยเพราะย่างเข้าไปในดินแดนสนทยา ฮ่าๆๆ

เจ้าอาวาสวัดธรรมกายหลอกลวงชาวโลก? ! ข่าววัดธรรมกายล่าสุด 2559


เป็นที่น่าจับตามองข่าวในช่วงนี้เกี่ยวกับวัดพระธณรมกาย ที่ข่าวล่ามาแรงแซงทุกข่าว ผมว่าเป็นข่าวที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยตลอดกาลเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าเมื่อมีกระแส นักข่าวทั้งหลายก็ไม่ปล่อยที่จะให้ประเด็นในการทำเงินในวิชาชีพของตนต้องหลุดลอยไป คำถามก็คือมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เอาล่ะ เรื่องนั้นผมจะไม่กล่าวถึง มาว่ากันที่เนื้อหาดีกว่านะครับ

เรื่องทั้งหมดมีอยู่ว่า 
๑. มีคนต้องการกำจัดเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย (พระธัมมชโย) โดยอ้างอาบัติปาราชิก 
๒. มส.รับเรื่องแล้วพิจารณาตามพระธรรมวินัยแล้วว่า "ไม่อาบัติ"
๓. มีสื่อโจมตีว่าเป็นการอุ้ม
๔. มีสื่อโจมตี มส. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาตามพระธรรมวินัย ว่าวินิจฉัยนั้นผิด
๕. มีการโจมตีสมเด็จวัดปากน้ำ (ผู้ซึ่งกำลังรอแต่ตั้งเป็นสังฆราชอย่างเป็นทางการ) ว่าทำผิดกฎหมาย
๖. มีการโจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ล้ม มส. โดยใช้คำสุดหรูว่า "ปฏิรูป" โดยอ้างว่าการทำงานไม่โปร่งใส

คำถามคือ ล้ม มส. แล้วได้อะไร? ได้โยมมาบริหารคณะสงฆ์ให้ปั่นป่วนกว่านี้ หรือได้สังฆราชที่เป็นที่รังเกียจของคณะสงฆ์ หรือได้คณะบริหารที่ถูกชักใยจากคนบางกลุ่ม? ทิศทางของการปฏิรูปนั้นไม่มีใครรู้ครับ ตอนนี้มีแต่หาวิธีการเอา มส. ลงให้ได้ ถามจริงๆ เวลาพรรคการเมืองเขาจะเลือกตั้ง เขาต้องประกาศนโยบายการบริหารประเทศ อันนี้มาจากไหนครับ ไม่มีแนวทางอะไรที่เป็นประโยชน์สักอย่าง ถ้าคิดจะปฏิรูปคณะสงฆ์จริง เอาประเทศไทยเป็นศาสนาประจำชาติให้ดูหน่อยครับ ถ้าทำไม่ได้อย่ามาพูดว่าจะปฏิรูปคณะสงฆ์เลยครับ เพราะประเด็นศาสนาประจำชาติเป็นไปเพื่อชาวพุทธทั้งหมดให้ปรองดองและไม่ได้เป็นประโยชน์แก่คนใดคนหนึ่ง หากไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย ผมไม่เชื่อว่าบริสุทธิ์ใจว่าจะปฏิรูปเพื่อพระพุทธศาสนาหรอกครับ

สมมติว่า #เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้นบริสุทธิ์จริง แล้ว มส. ก็เห็นว่าบริสุทธิ์ จึงไม่สนใจการกลั่นแกล้งที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงวัดและตัวบุคคล มส. จึงประกาศไปตามนั้นเพื่อทำให้พระธรรมวินัยศักดิ์สิทธิ์ ไม่ให้คลาดเคลื่อนเพียงเพราะกระแสสังคมที่มีความเห็นส่วนตัวว่าผิด นั่นหมายความว่า "มส. ทำหน้าที่ถูกต้อง" ใช่มั้ยครับ

ถ้ากลุ่มที่จ้องทำลายพระพุทธศาสนาเข้าใจตามสมมติฐานข้างต้นและต้องการทำลายพระพุทธศาสนา เขาจะต้องทำอย่างไรครับ? โจทย์มีอยู่ว่า
๑. ภิกษุผู้ไม่ต้องอาบัติปาราชิกก็ยังคงเป็นพระอยู่
๒. ภิกษุปกครองโดยสงฆ์ ซึ่งปาราชิกหรือไม่นั้น มส. เป็นคณะวินิจฉัย
๓. คณะวินิจฉัยพิจารณาตามพระธรรมวินัยแล้วว่าไม่ต้องอาบัติ

ในกรณีของสงฆ์ ใครคงฉีกพระวินัยเหมือนฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้ครับ อันนี้ก็ต้องคงไว้ สิ่งที่พอจะทำได้คือทำให้คำวินิจฉัยมีน้ำหนักลดลง แน่นอนครับว่าถ้าว่ากันด้วยพระวินัย สุดท้ายคำตอบก็คือไม่อาบัติปาราชิกครับ เพราะหลักฐานเป็นเช่นนั้น ถ้าอย่างนั้นก็ต้องชี้ประเด็นที่คณะวินิจฉัยว่าไม่โปร่งใส เพื่อลดความน่าเชื่อถือของคำวินิจฉัยนั้น แต่มันก็ไม่เป็นไปตามเกม เพราะมีกฎหมายที่คุ้มครองการแทรกแซงคณะสงฆ์อยู่ (ไม่รู้ฉบับหน้าจะมีหรือเปล่า) พอดีวัดปากน้ำมีพิพิธภัณฑ์ จึงนำมาเชื่อมโยงในข้อกฎหมายที่ตัดสินโดย "โยม" และก็โยงว่าคณะวินิจฉัยอาจรับสินบนจากวัดพระธรรมกาย ซึ่งควรมีการปฏิรูปเพื่อให้ "โยม" สามารถตรวจสอบ "พระ"

มีการอ้างศีล ๒๒๗ ข้อว่าพระควรมีให้ครบ มีการชงเรื่องการห้ามรับเงินรับทอง เป็นต้น แต่ถึงจะมีไม่ครบก็ไม่ได้อาบัติปาราชิกครับ ยังเป็นพระอยู่ ฉะนั้น หากต้องการกำจัดพระให้สิ้นซาก ก็ต้องทำให้ขาดจากความเป็นพระด้วยอาบัติเบาให้ได้ครับ จะทำได้ก็ต้องให้พระมาใช้กฎหมายที่ "โยม" ร่างขึ้น จากนั้นก็สบายครับ แค่หาอะไรยัดเข้าไปในย่ามแล้วก็เข้าตรวจสอบ แล้วก็จับสึก

รู้ไหมครับว่าอะไรที่ที่กำลังปกป้องคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนาในตอนนี้?
คำตอบก็คือ "พระธรรมวินัย" ครับ

ภิกษุจะขาดความเป็นพระด้วยการต้องอาบัติปาราชิก หรือสมัครใจลาสิกขา มีสองกรณีนี้เท่านั้นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ แม้ว่าจะโดนกลั่นแกล้งอย่างไรหากไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัยสองประการนี้ ภิกษุนั้นก็ยังคงเป็นพระครับ หากใครก็ตามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบ "การขาดจากความเป็นพระ" ให้ต่างขึ้นไปจากนี้ คนผู้นั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ลบหลู่พระพุทธเจ้าหรอกหรือครับ เขามีความยิ่งใหญ่ขนาดจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติเลยหรือ?

ทีนี้ก็กลับมาที่โจทย์เดิมครับ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ต้องอาบัติปาราชิกเพราะ มส. วินิจฉัยแล้วเห็นว่าไม่ผิด การจะแก้วินิจฉัยจึงต้องเปลี่ยน มส. ครับ แต่ถ้าเล่นไปตามกฎ เปลี่ยนไม่ได้ครับ ถ้าเปลี่ยนตามกฎไม่ได้ก็ต้องทำลายกฎสิครับ แต่ก็ยากเสียหน่อยเพราะมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ วิธีการหนึ่งที่พอจะทำได้ขณะนี้ก็คือเก็บ มส. รายบุคคล ให้ มส. ว่างก่อนครับ ถ้าผ่านขั้นนี้ไปได้แล้วก็ค่อยดันพระที่จะวินิจฉัยให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องอาบัติปาราชิกเข้าไปจึงจะสามารถปรับอาบัติปาราชิกได้สมใจเสียที ตอนนี้จึงมีหลายคนออกมาโจมตี มส. กันยกใหญ่

คราวนี้มาพิจารณาเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบ้างครับว่าทำไมบางกลุ่มจึงต่อต้านวัดพระธรรมกาย

วัดพระธรรมกายสอนผิดจริงหรือ?
-ประเด็นนี้บางคนจะบอกว่าวัดนี้สอนว่า "นิพพานเป็นอัตตา" วัดนี้สอนผิด ไม่มีในพระไตรปิฎก เอาอย่างนี้นะครับ ไปหามาให้ผมดูหน่อยครับว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ที่ไหนว่า "นิพพานเป็นอนัตตา" ไม่มีหรอกครับ ถ้ามีเขียนแบบนี้มันก็จบ ฝรั่งเขาพิมพ์พระไตรปิฎกบาลีเป็นเจ้าแรกของโลก มีการศึกษาอย่างกว้างขวาง จนถึงตอนนี้เขายังถกกันเรื่องนิพพานอยู่เลย ต่างฝ่ายต่างมีหลักฐานและเหตุผลสนับสนุนครับ ใครจะเชื่อแบบไหนก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล เอาเป็นว่าวัดพระธรรมกายสอนการปฏิบัติ ขอให้หมดกิเลสก็รู้เอง ไม่ต้องเถียงกัน
-วิธีการปฏิบัติสมาธิของวัดพระธรรมกายผิด? ใครเชื่อเรื่องนี้ลองไปศึกษาคัมภีร์วิสุทธิมรรคดูนะครับ มีวิธีการปฏิบัติสมาธิ ๔๐ วิธี แล้วดูสิครับว่าสำนักอื่นมีวิธีที่ต่างจากนี้ไหม ของวัดพระธรรมกายจัดอยู่ในอาโลกกสิณครับ เป็นกสิณแสงสว่าง ส่วนว่าใครจะว่าเป็นสมาธิขั้นพื้น ๆ ก็ตามแต่ครับ ถ้าลองปฏิบัติจนถึงที่สุดแล้วจะไปสายอื่นก็ไม่ว่า แม้จะเข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัด ก็ไม่เคยมีกฎห้ามปฏิบัติธรรมแบบอื่น อยากปฏิบัติแบบไหนก็ทำไปเถอะครับ ของให้เป็นสมาธิ เขาไม่ได้ห้าม
-ถ้าจะบอกว่าวัดนี้สอนผิดไปจากพระพุทธศาสนา ตำราเรียนบาลีเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ยอดสอบวัดพระธรรมกายได้อันดับหนึ่ง ถ้าสอนผิดก็ควรจะสอบตกนะครับ หลักสูตรเดียวกัน ตอนตรวจไม่มีชื่อในกระดาษคำตอบนะครับ มีเส้นก็ช่วยไม่ได้
-วัดพระธรรมกายสอนให้คนทำบุญหมดตัว? ถามจริงเถอะครับ ถ้าหมดตัวแล้วจะไปวัดอีกได้หรือครับ จะเอาอะไรกิน ถ้าหมดตัวแล้วคนไปวัดน่าจะลดลง แต่ ๔๖ ปีที่ผ่านมามีแต่คนเพิ่มขึ้น จนต้องสร้างสถานที่รองรับสาธุนมาปฏิบัติธรรมและพิธีทางศาสนา

วัดพระธรรมกายทำความเดือดร้อนอะไรให้หรือ?
-ทำให้รถติดปีละหนึ่งวัน? ผมว่ามันตลก ม็อบปิดถนนรถติดเป็นเดือนๆ พอใครขยับกรวยก็เอามีดเสียบจนตาย พระที่เป็นแกนนำในตอนนั้นก็มาต้าน มส. แปลกดีนะครับ ถึงคราวประเทศไทยประสบผลสำเร็จทางด้านลูกหนัง ก็ปิดถนนแห่ทีมชาติไทย ไม่มีใครด่าเลยสักคำเดียว วัดพระธรรมกายเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก แต่โดนโจมตีอย่างหนักเรื่องทำรถติด ถามจริงๆ เถอะครับ วันอื่นมีรถติดไหมครับ มีรัฐบาลชุดไหนแก้ปัญหารถติดให้หมดไปจากประเทศได้มั้ยครับ แม้รัฐบาลจะสามารถสั่งทุกหน่วยงานได้ แต่แก้ปัญหารถติดไม่ได้ #วัดพระธรรมกายไม่ได้มีอำนาจไปสั่งใคร การบริหารจัดการนอกสถานที่และการช่วยเหลืออย่างจำกัด จะหลีกเลี่ยงรถติดได้อย่างไร ถ้าวัดพระธรรมกายทำให้รถไม่ติดได้ ผมแนะนำให้รัฐบาลมาปรึกษาวัดพระธรรมกายนะครับ ประเทศชาติมีแสงสว่างแล้ว

วัดพระธรรมกายทำให้ประเทศชาติไม่มั่นคงหรือ?
-เนื่องด้วยวัดพระธรรมกายสามารถรวมคนได้เยอะครับ ตรงจุดนี้อาจเป็นเป้าเรื่องความมั่นคง ซึ่งถ้าเป็นศาสนาอื่นรวมกันได้อย่างนี้ ประชาชนคงสรรเสริญว่าเป็นสันติภาพโลก แล้วยึดถือข้อนี้ตั้งศาสนาของตนเป็นศาสนาประจำชาติไป ถ้ามองแบบแตกแยกก็คงมองว่าวัดพระธรรมกายว่าเป็นเสื้อแดง แน่นอนว่าการยิงหัวคะแนนทิ้งเป็นค่านิยมหรืออะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองไทย หัวคะแนนไม่กี่คะแนนยังโดนยิง แล้ววัดพระธรรมกายจะเอาไว้ทำไม ต้องหาทางกำจัด อันนี้มองแบบการเมืองนะครับ แต่แปลกตรงที่ว่า คนที่เสื้อคนละสี กลับมาทำบุญที่วัดและนั่งปฏิบัติธรรมข้างๆ กัน เรื่องสีเป็นเรื่องส่วนตัวครับ บังคับกันไม่ได้ แต่ความหวาดระแวงว่าถ้าไม่เข้ากับชั้นนี้จะไปเข้าสีอื่น แล้วจึงโจมตี อันนี้ไม่ขอออกความเห็นครับ

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงแตกต่างจากวัดอื่น?
-เอาเป็นว่ามีคำกล่าวที่ว่าเป็นลัทธิจานบิน จริง ๆ รูปทรงสิ่งก่อสร้างที่แปลกไปจากค่านิยมของเมืองไทยแล้วถูกต่อต้านด้วยความแปลกนั้น อันนี้ก็เข้าใจครับ แต่ทรงที่ว่านั้นเอามาจากสาญจิเจดีย์ในอินเดียครับ แม้ว่าจะไม่เหมือนโดยสมบูรณ์เพราะมีการปรับแบบให้สามารถใช้งานได้มากขึ้น แต่นั่นก็เป็นความแปลกใหม่ซึ่งเป็นประเด็นล้อเลียนในสังคมกันไป
-เป็นพระต้องสมถะ? คือจะให้พระเข้าป่าหมดเลยรึเปล่าครับ ให้เหลือแต่ศาสนาอื่นในเมือง สิ่งก่อสร้างวัดพระธรรมกายขยายตามจำนวนคนที่มาวัด ถ้าวัดความสวยงามจากลวดลายอุโบสถของวัดพระธรรมกายกับวัดอื่น วัดพระธรรมกายสอบตกครับ ไม่มีลาดลายอะไรเลย สีขาวเรียบๆ สมัยพุทธกาลเชตวันยังอลังการล้านแปด ถ้าจะทำให้เหมือนสมัยพุทธกาลเกรงว่าเพชรพลอยที่นำมาประดับจะโดนมือดีแกะไปขาย
-ทำไมกิจกรรมของวัดพระธรรมกายจึงทำอลังการราวกับโอลิมปิก? คนไทยมักติดอยู่กับค่านิยมและมีเครื่องชี้วัดแบบ Thai Standard แต่ระดับโลกเขาเป็น International Standard การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ถ้าแค่สอนภายในบ้านเขาไม่เรียกว่าเผยแผ่หรอกครับ มันต้องไปทั่วโลก เหมือนสมัยก่อนที่พระเจ้าอโศกส่งพระไปเผยแผ่ 9 สาย เป้าหมายคือทั่วโลกครับ ถ้าเอาแค่อินเดียก็ไม่ต้องส่งไปไหน จริงไหมครับ ฉะนั้น การเผยแผ่หมายเอาทั้งโลกเป็นหลัก ซึ่งประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วเขาใช้ #International Standard การที่จะให้เขายอมรับก็ต้องได้มาตรฐานตามนั้น เหมือนบอลไทยจะไปแข่งบอลโลกได้ก็ต้องได้มาตรฐานตามที่ FIFA กำหนด ถ้ามัวแต่ใช้ Thai Standard ก็ถูกตัดสิทธิ์เข้าแข่งบอลโลกกันพอดี ถ้าวัดพระธรรมกายทำให้มันได้มาตรฐานโลกซึ่งต่างจากค่านิยมเมืองไทยแล้วเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ อย่างนี้จะเรียกการทำให้พระศาสนาเสื่อมได้อย่างไร ลองไปตรวจสอบดูนะครับว่าวันมาฆบูชามีใครมาร่วมงานจากต่างประเทศบ้าง ถ้าคนที่อ้างว่าจะปฏิรูปพระพุทธศาสนา ลองไปเชิญคนเหล่านี้มาให้ได้ครบก่อนนะครับ ผมจึงจะเชื่อว่ามีความสามารถในการปฏิรูปจริง

คนที่ทำบุญวัดนี้ไม่ได้รวยไปทุกคนหรอกครับ แต่เพราะเห็นการทำงานของวัดพระธรรมกายจึงทุ่มเทเต็มที่เต็มกำลัง บางคนอาจเป็นแนวศรัทธาจริตซึ่งใช้คำพูดที่ดูไม่เป็นตรรกะบ้าง อันนี้ก็เข้าใจ คนเข้าวัดไม่ได้จบปริญญาเอกทุกคนนี่ครับ ในมุมมองอย่างหนึ่งอาจดูว่าวัดใช้เงินสิ้นเปลือง (สำหรับคนที่ไม่เคยทำบุญที่วัด) แต่สำหรับคนที่ไปแล้วเห็นประโยชน์เขาก็ทำบุญกัน แนวคิดนักวิชาการอาจมองว่าบวชพระทั่วไทยเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ถึงใช้งบประมาณมากมายหากได้พระอรหันต์ซักองค์หนึ่งก็คุ้มครับ ถึงใช้งบประมาณมากมายทำให้เยาวชนเป็นคนดี แม้บางคนอาจจะไม่ได้ตามมาตรฐานที่วางไว้ แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ผมขอถามคนมีลูกหน่อยนะครับ ระหว่างเสียเงินหนึ่งล้านบ้าน กับลูกติดยา คุณจะเลือกอะไรครับ ผมว่าถึงต้องเอาน้ำพริกไปละลายในมหาสมุทร ถ้าทำให้คนดีเพิ่มขึ้นได้ เราก็ควรทำ

สังคมควรตั้งสติก่อนที่จะตัดสินอะไร ถ้าคนทำผิดจริงไม่น่าจะอยู่ได้นานนัก ลองพิจารณาตามเหตุและผลดูนะครับ ผมเชื่อว่าผู้ที่มีใจรักพระพุทธศาสนาอาจมองเห็นศัตรูว่ากำลังทำอะไรกับพระพุทธศาสนาอยู่ในขณะนี้



วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

ธรรมกายเป็นพุทธพาณิชย์?

ก่อนจะพูดถึงวัดพระธรรมกาย ผมว่าเราไปดูคลิปวัดอื่นที่ติดกระแสเข้าข่ายพุทธพาณิชย์กันดีกว่าครับ ไม่ใช่วัดสาขาของวัดพระธรรมกายหรอกครับ แต่เป็นวัดร่องขุนที่อาจารย์เฉลิมชัยได้สร้างขึ้นมา ซึ่งถ้าฟังดีๆ จะสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่าง


"คนไทยดีๆ เขาชื่นชมผมส่วนใหญ่ แต่มีไอสัตว์! ไอเหี้ย! ผมอยากจะพูดกับมัน ในจำนวนคนไทยที่เหี้ย! ที่มันฉุดความเจริญของชาติบ้านเมือง มันทำลายคนที่อยากจะทำเพื่อชาติบ้านเมือง แล้วไม่กล้าทำ ทำแล้วกลัวไอพวกเหี้ยเนี่ยมันด่า ไอสัตว์พวกนี้มันไม่เคยทำเหี้ยอะไรเลย มันด่าๆๆๆ"

แหม่... สัตว์เลื้อยคลานเต็มสองหู แต่อย่างว่าล่ะครับ ทุ่มเทชีวิตเพื่อสร้างสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นคำด่าทอจากคนที่ไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศชาติเลย นี่คือสิ่งที่ท่านเหลืออด เพราะคนที่ติเตียนท่านั้นไม่ได้ศึกษาว่าความจริงคืออะไร แค่ดูๆ มองๆ แล้วก็ใช้ความคิดตนเองเพียวๆ บ้าง แสดงความคิดเห็นในทางลบด้วยข้อมูลที่รับมาจากสื่อบ้าง คำถามมีอยู่ว่า ทำแบบนี้แล้วได้ประโยชน์อะไร

แน่นอนครับเมื่อใครทำงาน เขาคิดแต่จะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่ก็จะมีคนคอยจับผิดอยู่ร่ำไป #นี่คือสังคมไทย มันง่ายที่จะไม่ทำอะไรครับ อาจารย์ท่านมีเงิน อยากอยู่เฉยๆ ก็ได้ แต่ชีวิตนี้ก็ตายไปโดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศชาติ และนั่นทำให้ท่านยืนหยัดที่จะทำ #เพื่อส่วนรวม

ผมเชื่อว่าทุกคนอยากเป็นคนดี แต่การจะเป็นคนดีนั้นมี 2 แบบ อย่างแรกก็คือทำความดี อะไรที่ไม่ดีในตัวก็ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นเรื่อยๆเหมือนรู้ว่าไม่ค่อยแข็งแรง จึงไปออกกำลังกายเพื่อให้ร่ายกายแข็งแรงขึ้น แต่ในสังคมไทยมักมีคนประเภทนี้น้อยหรือดีเงียบๆ แต่บางส่วนจะเป็นคนดีแบบอยู่ที่จุดเดิม ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มนอกจากด่าคนอื่นไปเสียหมด เมื่อคนอื่นเลวทั้งหมด (ตามความคิดของคนที่ด่า) ตัวเองจึงเป็นคนดี เพราะคนอื่นเลวหมด เหมือนเราตัวเตี้ยกว่าเพื่อน แทนที่จะกินนมเพื่อให้สูงขึ้น แต่กลับกดหัวเพื่อนให้ต่ำลง หรือไม่ก็ถึงขั้นลงดาบตัดขาเพื่อนกันเลยทีเดียว

มาเข้าเรื่องกันบ้าง...
เรื่องวัดพระธรรมกายที่ถูกกล่วหาว่าเป็นพุทธพาณิชย์มีมาช้านาน มันเป็นคำที่ติดลบดี อะไรไม่ดีเอามาใช้กับวัดนี้ให้หมด ผมไม่เข้าใจหรอกนะครับว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะทำบุญแล้วจึงได้พระเครื่อง? วัดอื่นร่วมบุญพระเครื่องกันเกร่อ มีโฆษณาให้บูชาทางทีวีก็บ่อย อันนี้ใช่พุทธพาณิชย์มั้ยครับ? แต่ที่วัดพระธรรมกายผมมองดูก็ไม่เห็นมีพระให้เช่านะ มีแต่ร่วมบุญอะไรๆ ก็ว่าไป เก็บใบอนุโมทนาบัตรไปและพระเครื่องได้ หรือจะไม่แลกก็ไม่มีใครว่า

อย่างว่าล่ะครับ คนที่ด่าวัดก็เหมือนกับในคลิป มันไม่ได้ศึกษาอะไร ซึ่งที่จริงก็มีปัญญาแต่ไม่เอามาใช้ ฟังอะไรลบๆ มาก็เชื่อไปเสียหมด แต่จะให้วัดอยู่เงียบๆ ไม่ทำอะไรเลย มันก็ผิดต่อหน้าที่ เพราะพระอาศัยข้าวปลาอาหารจากญาติโยม พระจึงต้องคืนธรรมะสู่สังคม วัดพระธรรมกายจึงต้องมีโครงการต่างเพื่อเผยแผ่ และมันก็ต้องใช้เงินทั้งสิ้น จริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาแค่การดำรงชีพ พระวัดอื่นบิณฆบาตรก็ยังชีพได้ แต่ถ้าพระเณรวัดพระธรรมกายกว่า 3000 รูปเดินบิณฑบาตรพร้อมกัน รถไม่ติดหรือครับพี่น้อง? ยิ่งกว่าเดินธรรมยาตราอีกนะ แล้วใครจะใส่บาตร? จะมีฉันครบทุกรูปเหรอ ใช้ข้าวเป็นตัน ฉะนั้นมันก็ต้องมีโรงครัว มีโรงครัวก็ต้องมีแม่ครัว มีแม่ครัวก็ต้องร่วมค่าใช้จ่ายเขาบ้าง ใครจะมาช่วยฟรีบ้างก็มี ลองคำนวนเอาว่าใช้เงินไหมครับ นี่ยังไม่รวมโครงการอบรมต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมาย

ถ้าอยากให้สังคมน่าอยู่ ก็เริ่มที่ตัวเราครับ ผมไม่ได้ให้คุณรักวัดพระธรรมกายนะ แค่ไม่ด่ามั่วซั่ว ใช้สติปัญญาไตร่ตรองให้ดีตามเหตุตามผล ประเทศไทยก็จะน่าอยู่ขึ้นครับ