อะไรๆ ก็ธรรมกาย?
วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559
ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของ #สิ่งมีชีวิต ที่ดี
โบราณว่าไว้ "ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี" แต่มาวันนี้คงต้องหมายรวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เพราะเพนกวินแม้จะเป็นสัตว์เดรัชฉาน มันก็ยังรู้คุณ ว่ายน้ำมากว่า 8000 กิโลเมตรเพื่อมาหาผู้มีคุณแก่มัน มันอยู่กับชายคนนี้ปีละ 8 เดือน แล้วจากไปที่อื่น 3 เดือน
ผมว่าคน #บางคน น่าจะเอาเยี่ยงอย่างบ้าง แม้จะไม่ได้ตอบแทนอะไร ก็ไม่ควรเนรคุณ #คิดหรือทำร้ายผู้มีพระคุณ แม้แต่การบวชเป็นพระ หากคุณไม่มีพระอุปปัชฌาย์ ไม่มีพระคู่สวด ไม่มีพระนั่งอันดับ คุณก็ไม่อาจมาเป็นพระได้ แม้คนที่คุณจงเกลียดจงชังจะไม่ใช่ผู้บวชให้ แต่เขาก็ยังดำรงพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณควรเห็นคุณของพระสสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงธรรมโปรดชาวโลก ควรเห็นคุณของพระธรรมวินัยที่พระองค์ทรงบัญญัติเพื่อความร่มเย็นในหมู่สงฆ์
ทุกวันนี้เบื้องหลังยังไม่กระจ่าง เราเห็นแต่เบื้องหน้าที่มีการโจมตีพระดีๆ ให้เสื่อมเสีย กล่าวหาแบบผิดโดยมิชอบทางกฏหมายและพระวินัย แต่คนจำพวก #ถิ่นกาขาว ก็สนับสนุนไปเรื่อย ทำให้ประเทศชาติและพระศาสนาต้องมัวหมอง แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง และผมคิดว่าคงไม่นานนักที่จะได้เห็นความจริงเหล่านั้นตีแผ่ออกมา เพื่อลบความคิดเห็นที่บิดเบือนออกไปจากสังคมไทย
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559
เทคโนโลยีกับจิตใจต้องไปคู่กัน
ในสังคมยุคข้อมูลจ่าวสารเช่นนี้ เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และนวัฒกรรมการสื่อสารอย่าง Social Network ในส่วนของมืถือสมาร์ทโฟนก็พัฒนาจอสัมผัสจนเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานไปเสียแล้ว แต่บางทีจอมันก็เล็กเกินไปนิดจนผู้ผลิตต้องขยายหน้าจอเพื่อความต้องการของผู้บริโภค แต่สิ่งที่แปลกอย่างหนึ่งก็คือ
"หน้าจอใหญ่ขึ้น แต่ใจคนกลับแคบลง"
ในกระแสข่าวช่วงนี้เห็น ดร.มโน ออกมาเคลื่อนไหว เห็นออกมาทีไรก็รังแต่จะรังควานวัดพระธรรมกายอยู่รำ่ไป ผมว่าคนที่เป็นเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ควรมีอะไรดีๆ ให้เด็กได้เคารพบ้าง หรือแม้แต่เป็นปุถุชนทั่วไป คุณก็ควรเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นตัวอย่างให้กับเด็ก มีจิตใจพอที่จะให้อภัย มองให้กว้างว่าผลที่กระทบกับตนเองอาจมีจุเริ่มต้นจากตนเองก็ได้ นึกถึงกฏของฟิสิกส์ก็ได้ครับ Action = Reaction
ผมไม่รู้หรอกว่าเขาอะไรขึ้นระหว่าง ดร.มโน กับพระพระธรรมกาย ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ที่ผมรู้ก็คือทางวัดส่ง ดร.มโน ไปเรียนต่างประเทศ แต่นึกยังไงก็ไม่รู้ ไปช่วยคดีฆาตกรรมของเด็กคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรรมหมู่ แล้วก็เรี่ยรายเงินไปจ่ายค่าทนาย ผมว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้ผิดอะไรที่จะไม่ช่วยในเรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่กิจของสงฆ์ แล้วก็ไม่น่าจะใช่กิจของ ดร.มโน ซึ่งเป็นพระในขณะนั้นด้วย แล้วคดีก็แพ้เพราะไม่มีเงินสู้คดี นี่หรือเปล่าที่เป็นชนวนแห่ง #ความแค้น ไฟที่ลุกโชนนี้ทำให้วัดพระธรรมกายไม่ต้อนรับ ไปอยู่วัดไหนก็อยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายก็สึกมาลงเล่นการเมือง แต่ก็สอบตกอย่างไม่น่าเสียดาย ผมว่าคนเราเมื่อมีความสามารถ ควรจะใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้กับโลกจะดีกว่า เพราะถ้าคุณต้องการยอมรับจากใคร คุณก็ต้องทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนั้น คำถามก็คือ #การโจมตีวัดพระธรรมกาย ทำเพื่อเหตุผลส่วนตัว หรือทำเพื่อให้คนกลุ่มใดยอมรับ?
ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตก็จองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ก็ทรงเมตตา ไม่เอาความ แต่ถึงกระนั้นพุทธศาสนิกชนก็จงเกลียดจงชังพระเทวทัตที่กระทำเช่นนั้น จุดเริ่มต้นการจองเวรของคู่นี้เกิดในสมัยที่ทั้งสองเป็นพ่อค้า มีบ้านหนึ่งเป็นเศรษฐีตกอับ ไม่มีอันจะกิน วันหนึ่งพระเทวัตซึ่งเป็นพ่อค้าในชาตินั้นผ่านไปก็ถามหาว่ามีอะไรมาขายบ้าง เด็กหนุ่มก็เอาถาดดำๆ ประจำตระกูลมาให้ตีราคา พ่อค้านั้นเอาเข็มขีดดูก็รู้ว่าถาดนี้เป็นถาดทองคำมีค่ามาก แต่ก็ไม่บอกึวามจริง เขากลับเสนอให้เลือกสินค้าในเกวียนเพียงไม่กี่ชิ้นเพื่อแลกกับถาดในนั้น เด็กหนุ่มยังไม่ตัดสินใจ พ่อค้าจึงจะมาอีกในวันรุ่งขึ้น
พอวันรุ่งขึ้นมีพ่อค้าอีกคนหนึ่งมา พ่อค้าคนนี้เป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาถึงก็ทำเช่นเดียวกันกับพ่อค้าเทวทัต เมื่อเห็นถาดทองคำ พ่อค้าพระโพธิสัตว์ก็ตกใจ บอกว่าถาดนี้เป็นถาดทองคำที่มีค่ามาก แม้จะแลกกับสิ้นค้าทั้งเกวียนก็ยังไม่อาจเทียบได้ แต่เด็กหนุ่มก็พอใจที่จะรับสินค้าทั้งเกวียนมากกว่าจะรับสินค้าไม่กี่ชิ้นจากพ่อค้าคดโกง พ่อค้าซื่อสัตย์ได้ถาดทองคำไปไม่นาน พ่อค้าคดโกงก็ตามมาทวง แต่เมื่อทราบว่าถาดทองคำได้ไปกับพ่อค้าอีกคนหนึ่งก็ไล่ตามไป เมื่อเห็นพ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ออกเรือไปต่อหน้าต่อตาก็เกิดความโกรธแค้นที่มาตัดหน้าเอาถาดทองคำไป จึงกำทรายที่ชายหาดแล้วอธิษฐานจะจองล้างจองผลาญไปทุกชาติ
พ่อค้าผู้ซื่อสัตย์ซึ่งเสนอประโยชน์อันสูงสุดให้ตระกูลเศรษฐีตกยากผิดไหมครับ? ทำไมพ่อค้าผู้คดโกงจะต้องโกรธด้วย? ถ้าจะใช้เหตุผลว่าตนมาก่อนตามแบบฉบับ #ถิ่นกาขาว มันก็ไม่ Fair นะครับ
"เรามาขยายใจให้ใหญ่ตามจอสัมผัสกันเถอะครับ อย่าให้อะไรมาทำให้ความเป็นมนุษย์ของเราลดลง รู้จักจบเหมือนฟุตบอล จบแบบ Fair Play"
วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559
ประเทศไทยในยุคถิ่นกาขาว
ช่วงนี้มีข่าวกำลังดังเรื่องลานกามสูตรที่มีรูปแกะสลักเปลือยกายผสมพันธุ์ด้วยท่าวิตถารในที่โล่งแจ้ง บางส่วนก็บอกว่าไม่เหมาะสม ควรจำกัดสถานที่และอายุเพื่อการเข้าชม แต่บางคนก็บอกว่า #ให้มองเป็นศิลปะ ให้ผู้ปกครองอธิบายให้เข้าใจจะดีกว่า อ้าว...ภาระตกอยู่ที่ผู้ปกครองไปสะงั้น
โบราณกาลได้มีคำทำนายให้แก่ประเทศไทยในยุคต่างๆ ไว้ ซึ่งยุคนี้ได้ชื่อว่า #ถิ่นกาขาว
โดยปกติของกาคือสีดำ มันไม่มีสีขาวหรอกครับ แต่ที่ใช้คำว่าถิ่นกาขาว เพราะคนมองเห็นสีดำเป็นสีขาว หรือเห็นผิดเป็นถูกนั่นเอง สิ่งผิดๆ เกิดขึ้นร่ำไป แต่ก็มีเหตุผลที่ #ทำให้มันถูก!
บางคนก็เอาขี้ เอาผ้าอนามัย เอาอะไรที่มันทุเรศๆ รวมไปในเข่งแล้วเอาไปถวายสมเด็จวัดปากน้ำ แล้วก็บอกว่า #มันเป็นปรัชญา #ทำไปเพื่อเตือนสติ #มีรายละเอียดกำกับว่าแต่ละอย่างหมายถึงอะไร
แหม่...ลองมีใครเอารูปท่านตัดหัวไปใส่ตัวเงินตัวทอง แล้วอธิบายใต้ภาพว่า "ท่านคือผู้ที่ทำให้ประเทศไทยมั่งคั่ง" ดูไหมครับ มีคำอธิบายพร้อม #ย้ำว่าเตือนสติประชาชน
ผมว่าเจ้าตัวก็คงไม่พอใจ ใช่ไหมครับ สิ่งที่มองเห็นมันบ่งบอกได้ครับ แบบนี้ถ้าม็อบต่อต้านสมเด็จวัดปากน้ำไปที่ไหน เราควรชูนิ้วกลางให้นะครับ อธิบายว่า #มันเป็นทางสายกลาง สนุกดีเหมือนกันนะครับ อยากทำอะไรก็ได้ แค่มีคำอธิบาย นี่แหละประเทศไทย แต่ผมว่าประเทศไทยจะดีขึ้นได้ ถ้าพวกเราไม่สนับสนุนคนพวกนี้ หากเราร่วมใจกัน ประเทศไทยก็จะน่าอยู่ขึ้นครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


